สะพานลอยน้ำ ไร่เลย์ฝั่งตะวันออกเมื่อเรือเทียบ สะพานลอยน้ำไร่เลย์ เราจะใช้เวลาเดินเท้า เพียงประมาณ 15 นาที ผ่านทางเดินเชื่อมระหว่างไร่เลย์ฝั่งตะวันออกไปยัง หาดถ้ำพระนาง จากนั้นจึงเดินต่อไปจนถึงหาดที่สวยที่สุดในอ่าวแห่งนี้นั่นคือ หาดถ้ำพระนาง
หาดพระนางไร่เลย์
ประตูสู่ถ้ำพระนาง
เมื่อเราเดินถึงจุดหมายปลายทางอย่าง หาดถ้ำพระนาง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะคุณจะได้พบกับ มนต์ขลังและทัศนียภาพอันน่าทึ่ง

หาดถ้ำพระนางเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความงามทางธรรมชาติและความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์:
ทรายขาวและน้ำทะเลมรกต ชายหาดที่นี่ขาวละเอียดราวกับแป้ง น้ำทะเลใสสีมรกต เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเล่นน้ำอย่างยิ่ง ศาลพระนาง สิ่งที่ทำให้ที่นี่มีมนต์เสน่ห์คือศาลที่ตั้งอยู่ในถ้ำหินปูนบริเวณปลายหาด เป็นที่เคารพสักการะของชาวประมงท้องถิ่น เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพธิดาที่คอยปกปักรักษาผู้คนในทะเล ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา
วิวหินปูนระดับโลก ทิวทัศน์ของหินปูนลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำ เช่น เกาะรังนกเป็นฉากหลังที่งดงามราวภาพวาด ซึ่งดึงดูดนักถ่ายภาพจากทั่วโลกให้มาเยือน
ภาพมุมสูงของหาดพระนางเมื่อเราเต็มอิ่มกับความงามอันศักดิ์สิทธิ์ของหาดถ้ำพระนางแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่พิกัดต่อไป นั่นก็คือ "เกาะไก่" ค่ะ เกาะนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกระบี่ ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวทุกคน!
เกาะไก่
สัญลักษณ์แห่งกระบี่
เกาะไก่เกาะไก่ได้รับชื่อมาจากลักษณะของภูเขาหินปูนที่ยื่นออกมาจากทะเล ซึ่งมองดูแล้วคล้ายกับ 'หัวไก่' หรือ 'ไก่ยักษ์' ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลเลยทีเดียว
เราจะล่องเรือช้าๆ เพื่อให้คุณได้เก็บภาพวิวภูเขาหินปูนรูปหัวไก่จากมุมที่ดีที่สุด บริเวณรอบเกาะไก่เป็น จุดดำน้ำตื้น ที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง น้ำทะเลที่นี่ใสสะอาด เหมาะกับการลงไปชมปลาสวยงาม และแนวปะการังน้ำตื้นเพื่อวอร์มอัพก่อนกิจกรรมดำน้ำหลักๆ ในช่วงเย็น

ออกจากบริเวณ เกาะไก่ เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสองเกาะเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ "ทะเลแหวก" ของกระบี่ นั่นคือ เกาะทับ และ เกาะหม้อ
ทะเลแหวก (เกาะทับ, เกาะหม้อ)
ทางเดินชั่วคราว ความทรงจำชั่วกาล
เกาะทับ และ เกาะหม้อ เป็นเกาะคู่แฝดที่อยู่ใกล้กันมาก โดยความมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเมื่อ ระดับน้ำทะเลลดต่ำลงสู่ระดับที่พอเหมาะ จะเกิด สันทรายสีขาวละเอียด โผล่พ้นน้ำทะเลใส เชื่อมเกาะทั้งสองเข้าด้วยกัน และเชื่อมต่อไปยัง เกาะไก่ ที่อยู่ไม่ไกลได้อย่างสวยงาม
ทะเลแหวกหากโชคดีในช่วงเวลาน้ำลด คุณสามารถเดินเล่นบนสันทรายที่ทอดยาวท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าครามได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่งดงามหาได้ยาก หากคุณมาได้ในเวลาที่เหมาะสมนี่คือจุดถ่ายภาพที่สวยงามและเป็นสัญลักษณ์ของกระบี่อย่างแท้จริง
เกาะทับและเกาะหม้อ มีหาดทรายเชื่อมเข้าหากันการชมปรากฏการณ์ ทะเลแหวก ขึ้นอยู่กับตารางน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละวัน หากระดับน้ำสูงเกินไป สันทรายอาจจะจมอยู่ใต้น้ำ แต่ถึงกระนั้นน้ำทะเลบริเวณนี้ก็ยังคงใสสะอาดน่าลงเล่นอย่างยิ่ง
ภาพพระอาทิตย์ตกบนเกาะหม้อหลังจากที่เราได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของ ทะเลแหวก ที่เกาะทับและเกาะหม้อแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้ดำดิ่งลงสู่โลกใต้น้ำที่สวยงามอีกครั้ง ที่ เกาะมาตังหมิง หรือที่เรียกกันว่า เกาะตังหมิง
เกาะตังหมิง
ที่ที่ฝูงปลามาทักทายคุณ
เกาะหินปูนเล็กๆ แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์ว่าเป็น หนึ่งในจุดดำน้ำตื้นที่ดีที่สุดของทริป 7 เกาะ ด้วยน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจก และแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณนี้มีโอกาสสูงที่คุณจะได้พบกับฝูงปลาหลากสีสัน รวมถึง ปลาการ์ตูน (Nemo) ที่แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางดอกไม้ทะเลสีสวย

เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้พร้อม แล้วลงไปสำรวจความงามใต้ผิวน้ำ สัมผัสชีวิตสัตว์ทะเลที่สดใส และเก็บภาพความประทับใจของโลกใต้ท้องทะเลกระบี่

จาก เกาะมาตังหมิง เราจะมุ่งหน้าสู่ เกาะปอดะ เกาะขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยหาดทรายขาวยาวเหยียดและทิวต้นสนที่ร่มรื่น ที่นี่คือจุดแวะพักสุดท้ายก่อนค่ำคืนจะมาเยือน
เกาะปอดะ
แสงสุดท้ายที่ปลายทราย
เกาะปอดะ เป็นเกาะที่มีภูมิทัศน์งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของกระบี่ ด้วยฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนลูกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ทำให้เป็นมุมถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็น
เกาะปอดะ
นี่คือไฮไลท์! นั่งพักผ่อนบนชายหาดทรายนุ่มๆ รอชมวินาทีที่ดวงอาทิตย์กลมโตจะค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ สร้างสรรค์เฉดสีส้ม แดง และม่วงเหนือท้องทะเล เป็นภาพความทรงจำที่ตราตรึงใจที่สุดของทริป

เมื่อแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ดับลงแล้ว ก็ได้เวลาที่เราจะกลับมายังบริเวณที่เราเริ่มต้นทริปในช่วงบ่ายแก่ๆ นั่นคือบริเวณ หาดพระนาง เพื่อตามล่าหาปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ที่สุด
แพลงก์ตอนเรืองแสง
สัมผัสแสงสีฟ้าที่ปลายนิ้วคุณ
แพลงก์ตอนเรืองแสง (Bio-Luminescence Plankton) คือสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่จะเปล่งแสงสีฟ้า-เขียว เมื่อถูกรบกวนหรือเกิดการเคลื่อนไหวในน้ำทะเล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ "มหัศจรรย์ยามค่ำคืน" ที่ทำให้ท้องทะเลดูราวกับมีดวงดาวอยู่ใต้น้ำ
แพลงก์ตอนเรืองแสงเรือกลับมาลอยลำอยู่บริเวณหน้า หาดพระนาง หรืออาจจะเป็นบริเวณ เกาะบาง หรือบางจุดที่ใกล้เคียง เราจะหามุมที่มืดที่สุดในช่วงเวลานั้น เพราะ ยิ่งแสงสว่างน้อย เราก็จะยิ่งมองเห็นแสงสีฟ้า-เขียวของแพลงก์ตอนได้ชัดเจนและสวยงามยิ่งขึ้น! คุณสามารถลงไปวักน้ำทะเลเล่นเบาๆ ข้างเรือ เพื่อกระตุ้นให้พวกมันเปล่งแสงออกมาได้
แพลงก์ตอนเรืองแสง แม้ว่าปรากฏการณ์แพลงก์ตอนเรืองแสงจะน่าทึ่งเพียงใด แต่ก็ต้องทำใจว่า กล้องถ่ายรูปทั่วไปหรือแม้แต่กล้องจากสมาร์ทโฟน มักจะไม่สามารถจับภาพแสงที่เรืองรองนี้ได้ชัดเจน หรืออาจจะมองไม่เห็นเลยเมื่อมองผ่านรูปถ่าย ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการละวางกล้องลง แล้วใช้สายตาของคุณซึมซับความมหัศจรรย์นี้ให้เต็มที่!
เมื่อปรากฏการณ์แพลงก์ตอนเรืองแสงสิ้นสุดลง นั่นหมายความว่า ทัวร์ 7 เกาะ กระบี่ ของเราก็ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

เราจะนำเรือพาทุกท่านเดินทางกลับไปยัง สะพานอ่าวน้ำเมา ด้วยความทรงจำของหาดทรายขาว อาหารค่ำสุดโรแมนติก และแสงเรืองรองมหัศจรรย์ใต้น้ำ ที่จะติดตรึงใจไปอีกนาน!
สรุปการเดินทาง
1.ถ้ำพระนาง (Phra Nang Cave)เดินทางผ่าน สะพานลอยน้ำไร่เลย์ตะวันออก เพื่อเข้าสู่หาดพระนางอันงดงาม
2.เกาะไก่ (Chicken Island) ถ่ายภาพภูเขาหินปูนรูปหัวไก่ และแวะดำน้ำตื้นรอบบริเวณ
3.เกาะทับ (Koh Tub)ชมปรากฏการณ์ ทะเลแหวก ที่มีสันทรายเชื่อมเกาะ (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ)
4.เกาะหม้อ (Koh Mor)ส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทะเลแหวก ที่สามารถเดินข้ามสันทรายไปยังเกาะทับได้
5.เกาะมาตังหมิง (Ko Ma Tang Ming)จุดดำน้ำตื้นชั้นดีของทริป เพื่อชมแนวปะการังและปลาการ์ตูน
6. เกาะปอดะ (Poda Island)มื้ออาหารค่ำ (BBQ Dinner) สุดโรแมนติกบนชายหาด พร้อมชมวิว พระอาทิตย์ตกดิน เหนือท้องทะเลอันดามัน
7.หาดพระนาง/เกาะบางชม แพลงก์ตอนเรืองแสง (Bio-Luminescence) ยามค่ำคืน (เน้นชมด้วยตาเปล่า เนื่องจากกล้องถ่ายภาพไม่สามารถจับภาพได้ชัดเจน)